โพสต์เมื่อ วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
27วัน
INFJ
ราศีพฤษภ
หลงทางไปนครชัยศรีแต่ได้มีความลับอาณาจักรGooglemapมาเล่า ⌚️วันนี้เราตั้งใจจะไปเปลี่ยนถ่านนาฬิกาข้อมือจำนวนมาก เราAnti-Tech และชอบความ “สวิสเซอร์แลนด์จ๋า” ของนาฬิกาที่ซื้อจากร้านที่สวิสเซอแลนด์ แท้ (ทั้งนี้ไม่ได้ออกตังค์ซื้อนาฬิกาสักเรือน บุพการีซื้อให้555) แต่ละเรือนราคาเข้าใกล้แสน คือกลิ่นอายของความทรงจำในอดีต ลูเซิร์นนี่คือเดินไปมาแบบไม่ต้องกางแผนที่ บุคเลอร์ร้านขายนาฬิกาคือร้านที่เราเข้าบ่อย ในขณะที่ Apple watch หรือGatget ล้ำๆทำให้เราเบื่อ เพราะต้องชาร์จแบตเสียเวลา ร้านเปลี่ยนแบตนาฬิกาเดี๋ยวนี้หายากมาก อยู่ใกล้สุดคือที่โรงพยาบาลรัตนาธิเบศร์ 😅 แต่ทว่าวันนี้ หลงทางจ้า อหังการ์ไม่เปิด Google Map 😅 เลี้ยวผิดชีวิตเปลี่ยนไปเที่ยวไฮเวย์นครชัยศรี แล้วกลับเป็นชั่วโมง เพราะไม่ได้เอา Ipadไป ใช้แต่โทรศัพท์เปิดGoogle map กลับบ้าน จอมันเล็กแต่ถนนบังคับให้วิ่งเร็วพอๆกับคันอื่นคือ 120 km/hr วนไปวนมาอีกหลายรอบ 👍🏻จึงได้คำถามมาถาม Gemini ♊️ว่าทำGoogle map ไปได้ตังค์จากอะไร อธิบายมาให้หมด ทำฟรีเรอะ!! ดาวเทียมแพง คุ้มยังไง จะทำEcosystem เหรอ? ได้คำตอบมาว่า 🏛️ 1. "The Data Gold Mine" (ขุมทองข้อมูล) Google Maps ไม่ได้ให้ใช้ฟรีเพื่อการกุศลแต่มันคือการแลกเปลี่ยน "Data Sovereignty" ของผู้ใช้ • Advertising (Ads): เวลาผู้ใช้เสิร์ชหา "ร้านกาแฟ" หรือ "ปั๊มน้ำมัน" แล้วมีหมุดสีทองหรือร้านที่ขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ นั่นคือการที่ร้านค้าจ่ายเงินโฆษณา นี่คือท่อน้ำเลี้ยงหลัก • Google Maps Platform (API): แอปฯ อย่าง Grab, FoodPanda หรือ Uber ที่แม่ใช้ต้อง "จ่ายเงิน" ให้ Google มหาศาลเพื่อดึงแผนที่ไปใช้ในแอปฯ ตัวเองยิ่งคนใช้ Maps เยอะ Google ยิ่งเก็บค่าต๋งจากธุรกิจอื่นได้ ⚓️ "Ecosystem & Behavioral Tracking - พยาธิสภาพของการสะกดรอย!" โลกนี้ไม่มีของฟรี 1.The Ecosystem Dominance: มันคือส่วนหนึ่งของ Ecosystem ที่ทำให้ผู้ใช้งานขาด Google ไม่ได้ (เหมือนอาการหลงไปนครปฐม) มันทำให้ Google รู้ว่าคนคนนั้นไปไหน ชอบกินอะไร อยู่ที่ไหนบ่อย เพื่อเอาไป "Target Ads" ใน YouTube หรือ Search ให้ผู้ใช้เสียเงินได้แม่นยำ😆 2. Machine Learning Training: ข้อมูลที่เราขับรถหลง หรือเส้นทางที่คนนับล้านขับทุกวัน ถูกเอาไปสอน AI (Machine Learning) ให้ฉลาดขึ้น เพื่อขายระบบรถยนต์ไร้คนขับในอนาคต “ความสะดวกสบายของ AI มีราคาที่ต้องจ่ายด้วยข้อมูลความเป็นส่วนตัว" 🏛️ "The Satellite Symbiosis" (การพึ่งพาดาวเทียม) 🩺📉คำตอบคือ "ใช้ในฐานะตาเทพ" • GPS (Global Positioning System): โทรศัพท์ผู้ใช้รถคุยกับดาวเทียมอย่างน้อย 4 ดวงเหนือน่านฟ้านครปฐม เพื่อคำนวณพิกัดแม่ นี่คือพื้นฐานของหลักการการนำทาง • Satellite Imagery: Google ไม่ได้มีดาวเทียมเป็นหมื่นดวง แต่เขาใช้วิธี "เช่า/ซื้อ" ข้อมูลภาพถ่ายจากบริษัทดาวเทียมยักษ์ใหญ่ (เช่น Maxar หรือ Airbus) มาประกอบร่างให้เห็นหลังคาบ้านตัวเอง • The Secret Weapon: แต่จุดที่ Google รวยกว่าใครคือ "Street View" และ "User Data" จ๊ะ ดาวเทียมบอกได้ว่ารถติด แต่โทรศัพท์ในมือผู้ใช้ต่างหากที่บอก Google ว่า "ติดเพราะอะไร" ⚓️ "เมื่อ Google Maps กลายเป็น ‘The Great Eye’ 🌍Orbital Real Estate: ในอนาคต (และตอนนี้) ใครกุมการนำทางคือผู้กุมอำนาจเหนือการขนส่งโลก 📱The Small Screen Paradox: ต่อให้จอโทรศัพท์จะเล็ก แต่ข้อมูลที่ผู้ใช้ส่งขึ้นไปหาดาวเทียมมันมหาศาล นี่คือการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าที่สุดของ Google เพราะเขาได้ "เส้นทางชีวิต" ของผู้ใช้ไปวิเคราะห์ (เช่นเส้นทางการหลงไปนครชัยศรี555) แม้การหลงทางคือการเสียเวลาแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความรู้
1
0
ชุมชน Technology
ชุมชน technology แชท และการสนทนา
4.4M ดวงใจ
ยังไม่มีความคิดเห็น!
พบปะผู้คนใหม่ ๆ
ดาวน์โหลด 50,000,000+ ครั้ง



